วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สำรวย พาพรม


ดิฉันชื่อสำรวย พาพรม อายุ 41 ปี สมรสและมีบุตร 2 คนค่ะ มีอาชีพขับมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ก่อนจะมารู้จักพระเจ้านั้นลำบากมากเพราะมีหนี้สินกู้รายวันมาเพื่อเป็นค่าเทอมลูกและต้องส่งวันละ 1,000 บาท พอได้มารู้จักพระเจ้าผ่านการเชิญชวนของพี่น้ำทิพย์ ชีวิตก็ดีขึ้นจนมาถึงทุกวันนี้

เมื่อเข้ามาคริสตจักรครั้งแรกก็รู้สึกอบอุ่นมากบอกไม่ถูก ยิ่งกว่าเป็นบ้านของเราเสียอีก ทุกคนที่มาคริสตจักรก็มีปัญหาเหมือนกัน บอกคำเดียวว่าพระเจ้ารักทุกคนจริงๆ ตอนนี้สำรวยมีชีวิตที่ดีขึ้นเปรียบเหมือนหน้ามือเป็นหลังมือเลยค่ะ หนี้สินก็หมดไปทีละเล็กน้อย สามีจากที่ไม่มีงานทำก็มีงานทำแล้ว และชีวิตของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ช่วยเหลืองานบ้าน เข้าใจเรามากขึ้น ลูกๆก็เชื่อฟังและมีสุขภาพดีขึ้น เพราะลูกชายคนเล็กเป็นโรคสมาธิสั้นต้องทานยาประจำ เดี๋ยวนี้หมอลดยาลงเรื่อยๆค่ะ

พระเจ้าทรงช่วยมากโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจการเงินขณะที่น้ำมันแพง ของแพง แต่ว่าเราได้รับเงินส่วนมรดกซึ่งไม่เคยคาดคิดมาก่อน ทำให้เราสามารถซื้อรถกระบะคันหนึ่งได้เพื่อใช้ในงานของสามี ซึ่งเป็นพระพรมากๆสำหรับเรา เรารู้เลยว่านี่เป็นพระพรที่เราหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมเวรกรรมแล้วจริงๆ อะไรดีๆ ก็หันมาหาเราอย่างง่ายดายเรียกว่าโชคดีทุกวันก็ว่าได้ค่ะ

ทุกวันนี้เวลามีปัญหาอะไรเราจะจับมือกันพ่อแม่ลูกอธิษฐานขอพระเจ้าด้วยกัน พระเจ้าก็ช่วยเหลือทุกอย่างค่ะ พระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดจริงๆ ขอบคุณพระเจ้ามากๆค่ะ

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552

คุณประสิทธิ์ เชาวโน

วันนี้ผมขอเป็นพยานและขอขอบคุณพระเจ้าในเรื่องครอบครัวและเรื่องค้าขายของผม เรื่องครอบครัวคือ ภรรยาของผมเกิดเส้นเลือดในสมองแตก เป็นเวลาประมาณปีกว่าแล้ว ก็รักษามาตลอดเวลาโดยไม่ได้หยุดการรักษามาเลย ไปทุกหมอ ไปทุกที่ๆ ที่มีคนบอกว่าดีแต่ก็ไม่ดีขึ้น หมดเงินไปก็มากจนหมดกำลังใจแล้ว



แต่เมื่อตอนต้นๆเดือนมีนาคม 2552ที่ผ่านมา มีคนมาบอกที่บ้านว่าให้มาหาพระเจ้า ตอนแรกๆก็ยังไม่เชื่อเท่าไหร่ เราก็พาคนป่วยมาด้วยแต่หลังจากเวลาผ่านไปประมาณสักสามเดือนอาการของภรรยาของผมก็ดีขึ้นจากเดินไม่ได้ก็เดินได้ พูดไม่ได้ก็พูดได้ และทำอะไรได้หลายๆ อย่าง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ จากที่เราทุกคนหมดหวังก็กลับมามีความหวังและมีกำลังใจ เราเชื่อว่าเป็นความอัศจรรย์ของพระเจ้า และเวลาที่เรามีปัญหาเราก็จะอธิษฐานขอพรจากพระเจ้าทุกครั้ง เราก็จะได้รับพระพรจากพระเจ้าทุกครั้ง


และเมื่อต้นเดินสิงหาคมเราจะเดขายของเพราะที่ร้านขายอาหารอยู่ ความจริงแล้วเราจะเปิดก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้สักทีมันมีเรื่องติดขัดตลอดเวลาแต่หลังจากนั้นมาเราก็ขอจากพระเจ้าว่าขอให้เราได้เปิดร้านขายของด้วยเถิด ซึ่งเราก็ขอให้พระเจ้าช่วยในสิ่งที่เราขาดอยู่ ซึ่งเรายังขาดอีกหลายๆอย่างรวมทั้งเงินที่จะต้องลงทุนอีกจำนวนหนึ่ง ซึ้งเราพอมีอยู่บ้างแต่ไม่มากพอ ซึ่งตอนนั้นเราเองก็กังวลใจและทุกข์ใจมาก แต่เราก็ได้กำลังใจจากพี่น้องชาวคริสเตียนที่ให้กำลังใจเราสองคน และทุกคนก็ช่วยเราอธิษฐานขอสิ่งที่เราขาดอยู่จากพระเจ้า และเพียงไม่กี่วันเราก็ได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราขาดอยู่จนครบตามที่เราขอ แม้แต่เงินที่ขาดอยู่ก็ได้มาซึ่งมันเป็นสิ่งที่อัศจรรย์มาก ซึ่งทุกอย่างถ้าไม่เกิดกับตัวเราแล้วก็จะไม่เชื่อเลย และเวลานี้เราก็มีทุกอย่างพร้อมแล้วที่จะเปิดร้านทำการค้าขายได้อีกในเร็วนี้ เราเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น


องค์พระเยซูคริสต์เป็นผู้มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เราตามที่เราขอ เราเชื่อว่าความยิ่งใหญ่ของพระองค์จะอยู่ในใจของเราและทุกคนที่รักพระเจ้าเพราะพระเจ้ายิ่งใหญ่

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

คุณพร ฤทธิ์จีน


สวัสดีค่ะพี่น้องทุกคนนะคะ จะมาเป็นพยานเรื่องแม่นะคะ เท้าความหน่อยนะคะ เมื่อก่อนหลายปีมาแล้วเมื่อมาเชื่อพระเจ้าที่บ้านต่อต้านมาก จนเราเข้าบ้านไม่ได้ เราก็ออกจากบ้านตอนนั้น ก็ขอพระเจ้าไว้ว่าขอให้เขายอมรับสักวันหนึ่ง ตอนหลังทางบ้านก็เริ่มยอมรับได้ในระดับหนึ่ง


จนกระทั่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แม่ก็อยู่ๆเส้นเลือดในสมองแตก พรก็รีบไปจากที่นี่ เดินทาง 7 ชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน พอไปถึงประมาณ 4 โมงเย็น แม่ก็สมองบวม วันอาทิตย์เป็นวันที่หมอก็ออกเวรกันไปหมดแล้ว พอไปถึงถามพยาบาล และหมอเฉพาะทางก็ไม่มีใครอยู่ ถามใครก็ไม่มีคำตอบให้ ก็จับมือกับแม่ กับสามีอธิษฐานอย่างเดียว ขอพระเจ้าให้มีหมอมาผ่าตัดให้ทันเวลาด้วยค่ะ ก็อธิษฐานเสร็จรอถึงประมาณ 5 โมงก็ไม่มีหมอมาเลยค่ะ พอใกล้ ๆ 6 โมงหมอเฉพาะทางก็กลับมา แล้วก็สั่งพยาบาลให้รีบเข้าห้องผ่าตัดด่วนเลย และยังบอกอีกว่าหมอมารอตั้งแต่ 5 โมงครึ่งแล้วค่ะ พรขอบคุณพระเจ้ามากเลย หมอก็ได้ผ่าตัด 6 โมง ออกจากห้องผ่าตัด 3 ทุ่มกว่าค่ะ


หลังจากนั้นแม่ก็ยังอยู่ใน ไอซียู แต่เราก็อยู่กับแม่หลายวันเข้าก็ห่วงงานที่นี่ ก็อธิษฐานขอพระเจ้าว่า ขอพระเจ้าทำให้เราหายกังวลด้วยเพื่อจะได้ไม่ต้องห่วงแม่ในระดับหนึ่ง ก็เข้าไปอธิษฐาน 3 เวลากับแม่ในตอนที่เขาให้เยี่ยมน่ะค่ะ หลังจากนั้นพี่สาวก็โทรมาบอกว่าอย่าเพิ่งกลับนะ จะมาเยี่ยมแม่ เขาก็ตีรถมา 3 ชั่วโมงมาหาที่โรงพยาบาล พรก็ไม่รู้ว่าเขาจะพาใครมาด้วย ปรากฏว่าเขาพาเพื่อนมาด้วย เพื่อนเขาเป็นคริสเตียน และที่ยิ่งกว่านั้นคือ เขาเป็นเพื่อนกับหมอที่ดูแลคุณแม่เจ้าของไข้น่ะค่ะ เขาก็เลยดูแลแม่ให้เป็นพิเศษนอกเหนือจากที่เราฝากฝังไว้แล้ว ก็ขอบคุณพระเจ้ามาก เราขออะไรเราก็ได้ ความจริงพรเชื่อพระเจ้ามานาน แต่ไม่เคยขออะไรเป็นเรื่องเป็นราว เชื่อพระเจ้ามานาน แต่ครั้งนี้ก็ขอชีวิตแม่ ก็ได้คำตอบค่ะ ขอบคุณพระเจ้า

คุณดาวเรือง เสมอหัตถ์

ทีแรกลูกก็ไม่เชื่อ แต่มีคนมาชวนสามีฉันไปโบสถ์ ให้พระเยซูรักษา ฉันก็คิดว่า หมอยังรักษาไม่หายเลยใครจะไปรักษาได้ แต่เมื่อสามีได้ไปโบสถ์แล้วกลับมาก็มาท่อง ท่องทุกวัน จนรำคาญ แต่พอไปนานเข้าก็ชักดีเหมือนกัน ตัวป้าเองปวดแขนยกไม่ขึ้นเลย ตำน้ำพริกก็ตำไม่ได้ อุ้มหลานก็ไม่ได้ พอตาหงวนท่อง ลูกก็ท่องตาม ก็เบาไป



ก่อนหน้านี้ฉันนับถือร่างตะเคียน เขาก็มาบอกว่าไม่เชื่อกันแล้วเหรอ ฉันจะเชื่อนางตะเคียนได้ยังไง ลูกเจ็บป่วย ปวดหัวไหล่นางตะเคียนก็ไม่ช่วยเลย พระเจ้าเขาช่วยลูกหาย ลูกตำน้ำพริกได้ ทำอะไรต่ออะไรได้ เมื่อคืนวานเขามาเข้าฝัน มาถามว่าเดี๋ยวนี้ไม่นับถือฉันแล้วหรือ ฉันก็บอกว่า นับถือ น่ะ นับถือ แต่ฉันนับถือพระเจ้ามากกว่า เถียงกันในฝันด้วยนะ ตอนนี้กินข้าว อาบน้ำ พระเจ้าอยู่ในใจ


ตอนนี้กลับกัน ฉันเป็นคนคอยบอกสามีว่าท่องอย่างเดียว เดี๋ยวก็หาย ฉันยังหายเลย ตอนนี้ป้าอายุ 67 ปี ตอนนี้ตำน้ำพริกสบาย ตอนนี้รับจ้างห่อขนม 500 มัดก็ 2000 บาท ไม่ปวดแข้งปวดขาพระเจ้าช่วยได้ทุกอย่าง ขอบคุณพระเจ้ามากค่ะ

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อาเซ็ร เรือนสังข์

วันนี้ผมจะขอเป็นพยานและขอบคุณพระเจ้าในเรื่องหน้าที่การงานของผม ผมทำงานอยู่ในตำแหน่ง Art Director อยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง และเมื่อประมาณกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้รับข่าวการควบรวมของบริษัทฯ ซึ่งเป็นข่าวที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง ถึงแม้ว่ากระแสข่าวการปลดคน,คนตกงานมีมากขนาดไหนก็ตาม อีกอย่างช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ผมได้ใกล้ชิดกับพระเจ้า และรับใช้ที่โบสถ์อย่างสม่ำเสมอ ผมจึงเฝ้าถามพระเจ้าว่าทำไมเหตุการณ์เช่นนี้จึงเกิดขึ้นกับผม??

แต่ก็น่าแปลกใจที่ภรรยาของผม (ซึ่งปกติจะเป็นคนที่ค่อนข้างจะคิดมาก,วิตกกังวลและต้องวางแผนแทบจะทุกอย่างล่วงหน้า)กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆมากนักแถมในก่อนหน้าที่ผมจะรับทราบเรื่องการควบรวมของที่บริษัท ภรรยาของผมก็มีความรู้สึกที่อยากจะให้ผมเปลี่ยนงานอย่างมากและก็พยายามหางานใหม่ให้ผมแต่เนื่องจากผมเห็นว่างานที่ทำอยู่ปัจจุบันก็ยังดีอยู่ รวมทั้งเพื่อนร่วมงานก็น่ารักกันทุกคน ผมจึงไม่ค่อยมีส่วนร่วมในภารกิจนี้สักเท่าใดนัก

ในขณะนั้น เจ้านายของผมก็ไม่เคยให้ข้อมูลที่ชัดเจนใดๆ จนทำให้เพื่อนร่วมงานรวมทั้งตัวผมคิดเองไปต่างๆนานา โดยไม่ทราบว่าพวกเราจะมีอนาคตอย่างไร โดยส่วนตัวผมมีความเป็นศิลปินสูง ในเมื่อทำงานอยู่ในที่ๆมีบรรยากาศมาคุและไม่มีความสุขผมก็ลาละครับ โดยที่ไม่สนใจว่าผมจะมีงานรองรับอยู่หรือไม่ และแม้ว่าสถานการณ์มันจะดูเลวร้ายสำหรับผมแค่ไหน แต่ผมก็เชื่อว่า "พระเจ้าจะอยู่ข้างผมและจะให้ผมสูงขึ้นทางเดียว" ผมจึงเฝ้าเรียกร้องสิทธิในข้อนี้อย่างสม่ำเสมอ ผมยังเคยพูดเล่นกับภรรยาว่า "ทำไมรับใช้พระเจ้าแต่ตกงาน" แต่เพราะผมรับใช้พระเจ้านั่นแหละครับ ที่ทำให้ผมตกงาน ครับผมไม่ได้พูดผิด เพราะว่าพระเจ้ารู้ดีว่าในขณะที่ผมรับใช้ใกล้ชิดพระเจ้านี่แหละ ที่ทำให้ผมมีภูมิคุ้มกันพร้อมที่จะรับสถานการณ์ที่เลวร้ายได้ เพราะหลังจากสถานการณ์เลวร้ายนี้ พระเจ้าก็จัดเตรียมสิ่งที่ดีกว่าและดีที่สุดไว้รอผมอยู่นั่นเอง

ขณะที่ผมว่างงานอยู่นั้น ก็มีบริษัทหนึ่งที่รู้จักผมและเคยเห็นผลงานของผม ในขณะที่ทำงานอยู่กับบริษัทเก่า ได้ติดต่อเข้ามา เนื่องจากเค้าได้ทราบข่าวว่าผมกำลังหางานใหม่อยู่ แล้วผมก็รู้สึกอยากที่จะไปร่วมงานกับบริษัทนี้มาก ซึ่งพอผมส่งประวัติและผลงานที่เคยทำมาไปให้เค้าดู เค้าก็หายไปประมาณ 2 อาทิตย์และในระหว่าง 2 อาทิตย์นั้น ผมก็ได้รับการติดต่อเรียกให้ไปสัมภาษณ์จากหลายๆบริษัท แต่ผมก็ไม่รู้สึกชอบบริษัทใดเลย และมักจะกลับมาบอกภรรยาว่า "ไม่ใช่" จนภรรยายังแซวว่า "นี่ขนาดตกงานยังจะเลือกงานได้อีกเนอะ" ซึ่งเวลา 2 อาทิตย์กับการรอคอยอะไรสักอย่างมันก็นานใช่เล่นเลยทีเดียว อีกทั้งรอพร้อมกับตกงานเนี่ย คงเข้าใจนะครับว่าเงินในบัญชีมันก็ร่อยหลอลงไปทุกวัน รายรับไม่มี แต่รายจ่ายเข้าคิวกันมาอย่างไม่ขาดสาย


และแล้วก็ถึงวันนี้ที่รอคอย บริษัทฯที่ผมอยากร่วมงานก็โทรมา ขอนัดผมไปสัมภาษณ์ผมก็เนื้อเต้นเลยครับ ระหว่างนั้นก็มีการเลื่อนนัดสัก 1-2ครั้ง ซึ่งก็ทำให้ผมใจไม่ดีไปบ้างเหมือนกัน แต่จากที่ภรรยาผมวิเคราะห์สถานการณ์แล้วรวมวิเคราะห์ไปถึงพระเจ้าเนื่องจากที่ผมมีคำถามตั้งแต่ต้นว่าทำไมต้องเป็นผม ภรรยาก็มีคำตอบให้ว่า "พระเจ้าให้ผมสั่งสมประสบการณ์จากที่นี่จนหมดแล้ว และนี่ก็อาจจะเป็นเวลาที่พระเจ้าจะนำผมให้สูงขึ้นอีกระดับนึงก็เป็นได้" แล้วผมก็มีคำถามต่อว่า แล้วทำไมต้องให้ผมตกงาน ให้ผมออกมาดีๆไม่ได้หรือ ภรรยาก็ต่อสายตรงคุยกับพระเจ้าอีกเช่นเคย (ผมเดาเอา เพราะเธอมักจะมีคำตอบประนึ่งว่าคุยกับพระเจ้าในเรื่องนั้น ๆ มาสดๆ ร้อน ๆ ) เธอก็บอกผมว่า "ก็เพราะพระเจ้ารู้จักผมดีที่สุดไง ด้วยคนนิสัยอย่างผม ถ้าอยู่ที่ไหนแล้วมีความสุข เพื่อนร่วมงานดี นายดี ผมก็ไม่ยอมออกง่ายๆอยู่แล้ว จึงเป็นสาเหตุของเรื่องราวทั้งหมด


จนกระทั่งถึงวันนัดสัมภาษณ์ ผมก็ตื่นเต้นเป็นที่สุด พอไปถึงความห่อเหี่ยวกลับเข้ามาปกคลุมใจผมอย่างที่สุด เพราะหนึ่งในคู่แข่งของผมเป็นเพื่อนกับพี่ชายของเจ้าของบริษัท และที่แย่ไปกว่านั้น คือ พี่ชายคนนั้นจะเป็นหนึ่งในคนสัมภาษณ์ผม เท่านั้นละผมก็ smsถึงภรรยาผมทันทีว่า "หมดกันสงสัยจะแห้ว" และเล่าให้เธอฟังถึงเรื่องคู่แข่งตัวฉกาจของผม เธอคงต่อสายตรงกับพระเจ้าทันที และ sms ตอบผมมาว่า "ป๊าทำใจดีๆนะ สู้ๆ พระเจ้าให้งานนี้กับป๊า งานนี้ก็ต้องเป็นงานของป๊า ขอให้ทำให้ดีที่สุดเท่านั้นพอ ที่เหลือพระเจ้าจะจัดการเอง" ผมก็พอจะมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง และทันใดนั้นเอง ผมก็นึกถึง sms ของพี่นกที่มักจะส่งมารบกวนผมในตอนเช้าตรู่บ่อยๆ ซึ่งกลับมาเป็นกำลังเสริมเหมือนเป็นกองทัพทหารที่มาช่วยผมในยามคับขันได้ทันเวลา ซึ่งข้อพระคัมภีร์นั้นคือ สดด.37.23 และ สดด35 มันยิ่งสร้างความฮึกเหิมให้กับผมและทำให้การสัมภาษณ์เป็นไปอย่างราบรื่น ปรากฏว่าเป็นการสัมภาษณ์ที่สนุกสนาน ซึ่งผมก็เป็นตัวของตัวเองอย่างมาก และหลังจากการสัมภาษณ์ในวันนั้น ผมก็รู้สึกโล่งใจเป็นที่สุด และรู้สึกว่าไม่ว่าผมจะได้งานนี้หรือไม่ ผมก็ได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว


หลังจากนั้น 1 วัน ทางบริษัท ก็ได้โทรมาตอบรับผมเข้าทำงาน โดยเงินเดือนที่ผมได้รับสูงกว่าเดิมเป็นหลักหมื่นบาท ทั้งที่ผมไม่จบปริญญาตรีด้วยซ้ำ ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าแล้วเรียกว่าอะไรละครับพี่น้อง !!

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อรวรรณ วงศ์สุวรรณ


วรรณ เป็นช่างเย็บผ้าอยู่ที่ท่ารถสาย 33 และสามีเป็นช่างตัดผมอยู่บริเวณเดียวกัน เราสองคนก็มีเป้าหมายในการรับใช้พระเจ้าด้วย และทุกครั้งที่เราออกไปรับใช้พระเจ้าบางครั้งโดยการเยี่ยมเยียนพี่น้อง หรือการไปรับใช้ชุมชนโดยช่างโรจน์ สามีก็จะไปตัดผมให้เด็กนักเรียนที่โรงเรียนวัดสหราษฏณ์ ฟรี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ครูวิมล เป็นครูอยู่

เพราะการทำงานของเราได้เป็นรายวันและไม่มีเจ้านาย ถ้าเราหยุดเท่ากับเราขาดรายได้ในวันนั้นไป แต่ทุกครั้งที่เราต้องหยุดงานเพื่อรับใช้พระเจ้า สิ่งหนึ่งที่เราไม่กังวลก็คือพระเจ้าทรงจ่ายทดแทนรายได้ที่ขาดไปในวันนั้นเสมอ ทุกครั้งที่เราหยุดวันรุ่งขึ้นจะมีคนเอาผ้ามาให้เย็บมากกว่าปกติ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ถึง 800 บาทต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มากกว่าปกติ และนี่เป็นสิ่งที่พระเจ้าทำเสมอ ทุกครั้ง พระสัญญาของพระเจ้าในเรื่องมานา นั้นก็เป็นความจริง ในปัจจุบันนี้ด้วย ทรงเป็นเหมือนเดิมวานนี้ วันนี้ และสืบไปเป็นนิตย์ค่ะ

วรรณกับช่างโรจน์ก็รับใช้พระเจ้าและไว้วางใจในพระองค์ว่า ไม่มีอะไรที่ยากสำหรับพระเจ้าเมื่อเราห่วงใยงานของพระองค์ พระองค์ทรงเอาใจใส่งานของเราเช่นเดียวกันค่ะ !!

กาญจนา คุ้มบาง



มีคำพูดหนึ่งที่คริสตจักรจะพูดกันบ่อยๆคือ “ถ้าไม่อยากได้ อย่าขอ เพราะพระเจ้าจะให้สิ่งที่ท่านขอแน่นอน” นิดก็ยังไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ จนกระทั่งวันหนึ่งนิดลองขอเล่นๆดูว่าพระเจ้าจะให้หรือเปล่า? นิดของาน และบอกพระเจ้าว่าอยากได้งานที่ทำอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องไปไหนนะคะพระเจ้า แล้วนิดก็ลืมไปเลย ไม่คิดว่าจะได้จริงๆเพราะว่านิดขอแบบเจาะจงเกินไป

เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ นิดต้องแปลกใจเพราะมีพนักงานจากกรมแรงงานมาหานิดที่บ้านและบอกนิดว่า เขามีงานให้นิดทำอยู่ที่บ้าน เป็นรายได้ที่ดีมากด้วย นิดขอบคุณพระเจ้ามากๆเลยค่ะ ความจริงทุกๆวันนิดก็ขอบคุณพระเจ้าอยู่แล้วสำหรับการค้าขายที่ช่วยแม่ แต่ว่าอันนี้เป็นประสบการณ์พิเศษเหนือความคาดหมายจริงๆค่ะ

คราวนี้นิดก็รู้แล้วว่า “ถ้าไม่อยากได้จริงๆ อย่าขอ” หมายความว่าอย่างไรค่

ประภาพร สมหาญ


ประมาณ 1 ปีผ่านมา พี่โอ๊ตสามีของอ้นก็พามาที่คริสตจักร แต่อ้นก็ไม่ได้อะไรกับพระเยซูมาก แต่ก็ได้ต้อนรับพระองค์มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดแล้ว แต่ช่วงนั้นก็อยากจะย้ายไปอยู่ภูเก็ตกับน้าที่กำลังจะเปิดร้านอาหาร เราก็ตัดสินใจไปที่นั่น ในใจของอ้นคิดตลอดว่า อีกหน่อยเราจะลืมพระเยซูไปเองและลืมคริสตจักรที่นี่ด้วยเหมือนกัน

นั่นเป็นความคิดของอ้นจริงๆนะคะ แต่พออ้นได้ไปอยู่ที่ภูเก็ตจริงๆ ปรากฏว่า อ้นต้องพึ่งพระเจ้าทุกวัน แม้ต้องอธิษฐานในห้องน้ำ ในห้องครัว ในห้องนอน ทุกวินาทียิ่งคิดถึงพระเจ้า อธิษฐานในนามพระเยซูตลอด เพราะมีหลายอย่างที่ต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์ ถ้าวันไหนอ้นไม่ได้ขอพระเจ้าแขกที่เข้าร้านก็จะเป็นคนกันเอง และก็ไม่จ่ายเงินแต่ลงบัญชีไว้ อ้นขอพระเจ้าวันไหนแขกก็เต็มร้านเลย

อ้นรู้ทันทีว่าพระเจ้า พระเยซู รักอ้นมากขนาดไหน ขนาดอ้นคิดว่าจะลืมพระองค์แต่พระองค์กลับอยู่กับอ้นและช่วยอ้นตลอด จนสุดท้ายพระองค์ทรงนำอ้นและพี่โอ๊ตกลับมาปทุมธานีอีกครั้ง คราวนี้อ้นเต็มร้อยกับพระเจ้าแล้วค่ะ ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่ได้อธิษฐานเพื่อครอบครัวของเรามาโดยตลอดและตอนนี้เราได้รู้แล้วว่า คริสตจักรปทุมธานี เป็นเหมือนบ้านของเราจริงๆ!!

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ชาญ ช้างมาก



เราได้รู้จักพระเจ้ามา 1 ปี พระเจ้าทำหลายอย่างในครอบครัวของเราเริ่มตั้งแต่เรื่องการเงิน ที่เราไม่มีอะไรเลย หนี้สินเยอะแยะ อาศัยพี่สาวของเอ๋(ชาญ)โดยการหยิบยืมเขามาตลอด เมื่อมา รู้จักพระเจ้าเราก็เริ่มขอจากพระองค์ เริ่มจากขอให้พระเจ้าปลดหนี้สินของเรา และเรื่อง ครอบครัวที่ไม่ค่อยเข้าใจกันระหว่างเรา ทะเลาะกันเล็กๆน้อยๆทุกวัน พระเจ้าก็ตอบคำ อธิาฐานเรา เริ่มจากการซื้อรถมอเตอร์ไซค์ที่เราอยากได้มานานแล้วแต่ไม่มีใครค้ำประกันให้ เมื่อมารู้จักพระเจ้าพระองค์ก็นำให้เราพบกับคนที่ช่วยเราได้ในเรื่องนี้ เราจึงได้รถมอเตอร์ ไซค์คันใหม่ และจากการที่เราได้มอเตอร์ไซค์คันใหม่นี้ ทำให้เรามีรายได้พิเศษเพิ่มเข้ามา
จากการวิ่งวินมอเตอร์ไซค์ หนี้สินเราก็เริ่มหมด และสามารถเก็บเงินได้ อีกทั้งครอบครัว มีความสุข พูดคุยกันด้วยความรักไม่ทะเลาะกันเหมือนก่อน ตอนนี้เราขอบคุณพระ เจ้ามา ถ้าวันไหนที่เราขัดสนเราก็หันมาอธิษฐานด้วยกัน ไม่ทะเลาะกันแล้ว เราเชื่อด้วยกันว่า พระเจ้าจะไม่ให้เราขัดสน และทุกครั้งที่เราก็ผ่านมาได้อย่างดี

ประสิทธิ์ เชาว์โน

วันนี้ผมขอเป็นพยานและขอขอบคุณพระเจ้าในเรื่องครอบครัวและเรื่องค้าขายของผม เรื่องครอบครัวคือ ภรรยาของผมเกิดเส้นเลือดในสมองแตก เป็นเวลาประมาณปีกว่าแล้ว ก็รักษามาตลอดเวลาโดยไม่ได้หยุดการรักษามาเลย ไปทุกหมอ ไปทุกที่ๆ ที่มีคนบอกว่าดีแต่ก็ไม่ดีขึ้น หมดเงินไปก็มากจนหมดกำลังใจแล้ว
แต่เมื่อตอนต้นๆเดือนมีนาคม 2552ที่ผ่านมา มีคนมาบอกที่บ้านว่าให้มาหาพระเจ้า ตอนแรกๆก็ยังไม่เชื่อเท่าไหร่ เราก็พาคนป่วยมาด้วยแต่หลังจากเวลาผ่านไปประมาณสักสามเดือนอาการของภรรยาของผมก็ดีขึ้นจากเดินไม่ได้ก็เดินได้ พูดไม่ได้ก็พูดได้ และทำอะไรได้หลายๆ อย่าง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ จากที่เราทุกคนหมดหวังก็กลับมามีความหวังและมีกำลังใจ เราเชื่อว่าเป็นความอัศจรรย์ของพระเจ้า และเวลาที่เรามีปัญหาเราก็จะอธิษฐานขอพรจากพระเจ้าทุกครั้ง เราก็จะได้รับพระพรจากพระเจ้าทุกครั้ง
และเมื่อต้นเดินสิงหาคมเราจะเดขายของเพราะที่ร้านขายอาหารอยู่ ความจริงแล้วเราจะเปิดก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้สักทีมันมีเรื่องติดขัดตลอดเวลาแต่หลังจากนั้นมาเราก็ขอจากพระเจ้าว่าขอให้เราได้เปิดร้านขายของด้วยเถิด ซึ่งเราก็ขอให้พระเจ้าช่วยในสิ่งที่เราขาดอยู่ ซึ่งเรายังขาดอีกหลายๆอย่างรวมทั้งเงินที่จะต้องลงทุนอีกจำนวนหนึ่ง ซึ้งเราพอมีอยู่บ้างแต่ไม่มากพอ ซึ่งตอนนั้นเราเองก็กังวลใจและทุกข์ใจมาก แต่เราก็ได้กำลังใจจากพี่น้องชาวคริสเตียนที่ให้กำลังใจเราสองคน และทุกคนก็ช่วยเราอธิษฐานขอสิ่งที่เราขาดอยู่จากพระเจ้า และเพียงไม่กี่วันเราก็ได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราขาดอยู่จนครบตามที่เราขอ แม้แต่เงินที่ขาดอยู่ก็ได้มาซึ่งมันเป็นสิ่งที่อัศจรรย์มาก ซึ่งทุกอย่างถ้าไม่เกิดกับตัวเราแล้วก็จะไม่เชื่อเลย และเวลานี้เราก็มีทุกอย่างพร้อมแล้วที่จะเปิดร้านทำการค้าขายได้อีกในเร็วนี้ เราเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น
องค์พระเยซูคริสต์เป็นผู้มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้เราตามที่เราขอ เราเชื่อว่าความยิ่งใหญ่ของพระองค์จะอยู่ในใจของเราและทุกคนที่รักพระเจ้าเพราะพระเจ้ายิ่งใหญ่